Perfect Storm บันทึกการหางานของโปรแกรมเมอร์ที่ได้ offer แล้วถูกเท 3 รอบติด

beamtan-perfect-storm-background

ผมลังเลอยู่นานว่าจะปล่อยบทความนี้ดีไหม เพราะมันเป็นช่วงหนึ่งในชีวิตการทำงานที่ผมหาทางออกไม่เจอจริงๆ และเอาตรงๆ มันไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเท่าไหร่ที่ต้องมาเล่าว่าตัวเองเคยหางานไม่ได้อยู่นานขนาดนี้

แต่คิดว่าสิ่งที่ผมเจอมาอาจจะมีประโยชน์กับคนอื่น บางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องพลาดเหมือนผมก็ได้

บันทึกนี้อยู่ในช่วงปลายปี 2024 ถึงเกือบปลายปี 2025 ช่วงที่ผมสมัครงานไปกว่า 40 ที่ ประเด็นหางานไม่ได้ก็ส่วนนึงแต่เรื่องระหว่างที่หางานมันทำเอาผมเป๋ไปสักพักเลย

วันนี้ผมจะพาทุกคนย้อนกลับไปในสนามคนว่างงานทุกขั้นตอน ยาวนิดนึงนะเพราะถ้าเล่าแบบรวบรัดมันจะไม่เห็นภาพเลยย

*บทความนี้จะไม่มีชื่อบริษัทและชื่อบุคคลเปิดเผยเด็ดขาด มีแค่ชื่อผมคนเดียวเท่านั้น*

Two men on a boat, one in a yellow raincoat and the other in a black sweater, both showing intense expressions, engaged in a dramatic moment.

สถานการณ์ตลาดแรงงาน IT

2024: ปัจจุบันผมเป็น Programmer สาย Mobile iOS ณ ตอนที่เขียนบทความนี้ก็ประสบการณ์ประมาณ 4 ปีกว่าเกริ่นว่าปัจจุบันเวลาบริษัทเขาเปิดรับตำแหน่ง Mobile Developer จะเปิดรับกันเขาจะมีประมาณ 4 ทางเลือกด้วยกัน มี 4 ภาษาหลักๆที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เก่งอันนึงก็ไม่สามารถไปสมัครอีกอันได้

  1. ตำแหน่ง iOS Developer (Swift) อันนี้คือ iOS สายตรง
  2. ตำแหน่ง Android Developer (Kotlin) อันนี้คือมือถือ Android สายตรง
  3. ตำแหน่ง iOS/Android (Flutter) อันนี้คือภาษาที่เขียนทีเดียวได้ทั้ง 2 อย่าง
  4. ตำแหน่ง iOS/Android (React Native) อันนี้เขียนทีเดียวได้ทั้ง 2 อย่างเหมือนกัน แต่ในไทยนิยมน้อยสุด

จากที่ตำแหน่งงานน้อยแล้วเรายังต้องลุ้นว่าบริษัทเลือกใช้ภาษาที่ตรงกับประสบการณ์ที่เรามีอีกมั้ย ถ้าไม่เคยทำก็คือจัดอันดับเป็นความรู้เท่าคนเพิ่งเริ่มในภาษานั้นเลย

จากสภาพตลาดปีก่อนๆที่โปรแกรมเมอร์เดินเข้าออกบริษัทกันเป็นว่าเล่น มีบริษัทเปิดรับเยอะและคนสมัครเต็มไปหมด แต่ช่วงเวลาแบบนั้นมันน่าจะหายไปสักพักแล้ว ตอนนี้เหลือแต่คนสมัครแต่ไม่มีเปิดรับแล้ว 🥲

สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันก็ไม่ดีเลยและได้ยินบ่อยๆว่าเด็กจบใหม่ตกงานกันเพียบ ทุกครั้งที่เรากดสมัครงานในตำแหน่งนึงให้เรารู้เลยว่าเรากำลังแข่งกับ

  1. คนมีประสบการณ์ + ใช้ภาษาเขียนโปรแกรมตรงกับที่บริษัทต้องการ
  2. คนมีประสบการณ์ + ใช้คนละภาษากับที่บริษัทต้องการ
  3. เด็กจบใหม่จำนวนมหาศาล + คนว่างงานปีก่อนๆที่ไม่มีประสบการณ์

บอกเลยว่าชั่วโมงนี้หินมากๆสำหรับเด็กจบใหม่เพราะโอกาสได้งานมันเรียงจากข้อ 1 ไป 3 คิดว่าถ้าตอนนี้มีคนยอมกรีดเลือดลดเงินเดือนเพื่อได้งาน เด็กจบใหม่แทบจะปิดประตูตายก่อนเพื่อนเลย ผมเองอยู่กลุ่มแรกยังเข้าใจอย่างลึกซึ้งเลยว่ามันไม่มีแม้กระทั่งโอกาสได้สัมภาษณ์เลยด้วยซ้ำ

ต้องบอกก่อนว่าตอนเริ่มต้นหางานผมค่อนข้างมั่นใจในตัวเองมากว่าจะหางานได้แน่ๆภายใน 1-2 เดือน ตอนปลายปี 2024 ไม่น่าจะเกินนี้เนื่องจาก ผมคิดว่าตัวเองมีครบทั้งประสบการณ์, Technical Knowledge และ Soft Skill

แต่เวลาก็ได้พิสูจน์ว่าผมคิดผิดเพราะโลกความจริงมันมีมากกว่านั้น

Beginning (2024)

โดยในปี 2024 ผมหย่อนเรซูเม่ให้บริษัททั้งหมดทั้งบริษัทที่ไทยและต่างประเทศทั้งหมด 20 ที่ อาจจะไม่ได้ส่งมากกว่านี้เพราะว่าเราก็คัดของเราประมาณนึงเหมือนกัน ด้วยประสบการณ์และฐานเงินเดือนผมไม่ได้เก่งระดับเทพ แต่ก็มั่นใจว่าพอจะยืนด้วยตัวเองได้แล้ว

18/10/2024 ผมเริ่มหางานเป็นครั้งแรกตามเว็บ LinkedIn, JobDB เดือนแรกสมัครไป 8 ที่ผลคือแทบจะเงียบทั้งหมดมีแค่สองบริษัทใหญ่เท่านั้นที่ส่ง Reject Email มาหาบอกว่าเรายังไม่เข้าตาเขา ผมไม่รู้หรอกว่าเขาใช้ระบบ Automate Email หรือใช้คนจริงส่งกลับมาแต่ผมขอบคุณในความ Professional ของ HR สองบริษัทนี้ที่ตอบกลับมา เพราะอีก 75% ที่สมัครไปก็คือเงียบหายไปเลยน่าเศร้ามาก (บอต่างประเทศเขาก็เงียบเหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่เฉพาะที่ไทย)

Startup แรกกับความมั่นใจ

30/10/2024 ในเดือนแรกโชคก็ทำให้ผมหลงคิดว่าตัวเองก็เอาเรื่องเหมือนกันนะเพราะหลังจากวันแรกแค่ 2 อาทิตย์ก็มีบริษัทนึงโทรเข้ามาสอบถามข้อมูล พูดคุยเรียกว่า Phone Screen รอบแรก

บริษัทนี้ดูดีเลยสวัสดิการเยอะ Product ดูโอเคพนักงานดูโอเคเป็น Startup ที่กำลังเติบโตตึกสวยอยู่กลางกทม เห้ยถ้าได้ที่นี่แฮปปี้เลยหลังจากคุยกับ HR ประมาณเกือบชั่วโมงผมก็เล่าประสบการณ์แนวคิด เขาก็ถามว่าบอเขางานสโคปมีอย่างงี้ๆนะเราโอเคมั้ย ผมเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สรุปก็คือผ่านรอบแรก

รอบต่อไปเขาก็บอกว่าเดี๋ยวเขาอะจะส่ง Assignment มาให้เราทำนะให้เวลา 3 วันผมก็โอเค พออ่านโจทย์อะหืมยากใช้ได้อยู่นะเป็นการใช้ Framework ที่ผมไม่เคยทำมาก่อนแต่คิดในใจว่าไม่เกินมือแน่นอน

ผมใช้เวลาไปสามวันเต็มนอนตี 2-3 ทุกวัน นั่งเรียนรู้ Framework ตัวนี้อยากทำให้มัน Perfect ที่สุดเรียกว่าโชว์ของแบบโคตรๆสำหรับโอกาสแรก 55 เขียนโค้ดเองทุกบรรทัดต้องคลีนที่สุดช่วงนั้นพึ่งอ่านหนังสือ Clean Code จบใช้พลังสมองนั่งคิดทุกตัวแปร 55 และใช้ Clean Architecture ล้วนๆทำให้เขียนเยอะขึ้นกว่าแบบอื่นมาก

03/11/2024 ใช้เวลาทำทั้งวันอยู่ประมาณ 2 วันได้ มีทั้งหมด 2 Assignment ก็เหมือนทำวันละอันละอีก 1 วันที่เหลือก็นั่ง Refactor Code แบบสุดๆ เรียกว่าประณีตสุดๆ จริงๆมันไม่ยากหรอกแต่อยากให้มันเนี๊ยบก็ใช้แรงและเวลามากกว่าเดิมมหาศาลแต่ผลลัพธ์ก็เท่าๆเดิม สุดท้ายเรียกว่าเหนื่อยมากใส่พลังไปเต็มที่กับ Assignment นี้ด้วย Deadline เท่านี้เขาไม่ให้ส่งเกินบ่ายโมง เราก็กลัวตื่นมาส่งไม่ทันเลยนั่งปั่นให้เสร็จถึงตี 5 ของวันนั้นละส่งไปเลย แล้วไปนอนอย่างสบายใจ

07/11/2024 สี่วันถัดมา เขาโทรมาบอกว่าผ่านจ้าา บอกว่าทางทีมชอบ Assignment ผมมากไอเราก็ตัวลอยเลยไม่เสียแรงที่ใส่หมกแม็ก 😂 รอบต่อไปเขาขอนัดสัมภาษณ์ต่อกับทีมอีก 5 วันข้างหน้า ผมก็ตกลงไปอย่างไม่รอช้าช่วงนั้นโคตรดีใจคิดในใจก็เออไม่นานมากเดือนกว่าเอง

12/11/2024 วันที่สัมภาษณ์ผมก็เข้าไปในห้อง Google Meet ทางบริษัทมี HR กับทีมอีก 3 คนเป็น Teamlead 1 คน, Senior Developer 1 คน, Junior Developer 1 คน นั่งคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมงผมก็ตอบได้หมดทุกคำถาม ที่นี่ Technical ไม่ได้ยากมากน่าจะกลางๆและมีถามเรื่องอื่นๆอีก 10 กว่านาทีเป็นอันจบ เหมือนจำได้คร่าวๆว่าเขาบอกว่าชอบ Assignment ที่ผมทำ

14/11/2024 สุดท้ายสองวันถัดมาทาง HR เขาโทรมากับ Email มาบอกว่าเราผ่านสัมภาษณ์ละนะ เหลือสัมภาษณ์รอบสุดท้ายกับ CEO และ CTO ผมก็คิดว่าอีกก้าวเดียวเองสู้เต็มที่โว้ย จากนั้นเขาก็นัดสัมภาษณ์เป็นอาทิตย์หน้าและส่งสวัสดิการทุกอย่างของบริษัทมาแนบมาในอีเมล ผมก็นั่งเอามาอ่านตาเป็นประกายละ 55 ขอชม HR ของบอนี้นะคุยดีมากครับ 👏

ระหว่างนั้นผมก็ทำการบ้านมาอย่างดีเกี่ยวกับบอ โหลดแอพมาเล่นๆดู และลิสคำถามที่ผมอยากรู้หลายสิบคำถาม

21/11/2024 ผ่านมาแล้วอาทิตย์นึงตอนเวลา 19.30 ผมก็มาพร้อมกับความมั่นใจ กดเข้าห้อง Google Meet ทันทีพี่ HR ก็มาพร้อมกับพี่ CTO พี่ CTO เขาบอกให้เริ่มก่อนเลยไม่ต้องรอ CEO เข้าใจว่าพี่เขาน่าจะยุ่งมากๆติดอย่างอื่นอยู่เดี๋ยวตามมาทีหลัง

ผมก็เริ่มเล่าทุกอย่างอีกรอบให้พี่ CTO ฟังประมาณ 10 นาทีกว่า พูดจบพี่เขาก็ยิงคำถามนู่นนี่นั่นเยอะมากตั้งแต่ประสบการณ์ที่แรกสุด ทำไมเปลี่ยนละเพื่อนร่วมงานเป็นยังไงทำไม บริษัทแรกที่เราอยู่เขาถึงเลือกรับงานแบบนี้ๆละเอียดยิบ 55 (บางทีก็ถามย้อนไกลเกินไปพี่) คือบางอย่างก็ต้องตอบตามความเข้าใจเราเองเลย เพราะบางทีมันเป็นคำถามเชิง Business มากๆเรียกได้ว่าละเอียดยันที่ทำงานสุดท้าย ผมเองก็ยิงคำถามที่เตรียมมาเยอะพอสมควร

เวลาก็ผ่านมาทั้งหมดนี้ผ่านไปประมาณ 2 ชม. พี่ CEO เราก็ยังไม่มา จนท้ายๆก็มี Dead Air มามั่งละ 55 เพราะไม่รู้จะคุยอะไรละเพราะว่ายังไงก็ต้องรอ CEO อยู่ดีตอนนั้นก็ยังยิ้มอยู่นะยังสู้อยู่ แต่คือเริ่มรู้สึกเหนื่อยละแหละแต่ตอนนั้นยังไม่รู้ตัวไม่ได้ดูเวลาเลย

ตอนสามทุ่มครึ่งพี่ CEO ถึงเข้ามาเราก็ทักทายตามปกติ เขาให้เราเล่าเรื่องตัวเองใหม่ ผมก็โอเคเริ่มเล่าทุกอย่างใหม่อีกรอบนึงแต่รู้สึกละว่าตัวเองเริ่มรวดรัดสิ่งที่พูดละ น่าจะเป็นเพราะพลังงานเริ่มจะหมด ทีนี้ก็เป็นผมคุยกับพี่ CEO เป็นหลักเขาก็ถามแนวคิดหลายๆอย่างเกี่ยวกับทีมและการแก้ปัญหา

จากที่ผมคุยกับบอนี้มาหลายชมผมคิดว่าเขาน่าจะรู้จักตัวผมมากกว่าบริษัทก่อนหน้าที่ทำซะอีก 55 หยอกนะ ผมชื่นชมบอนี้นะเชื่อว่าคนที่เข้าไปเขาก็คงคัดไปดีแล้วจริงๆนะแหละเพราะเขาคุยเยอะคุยละเอียดมากจริงๆ สรุปจบที่ 3 ชม. ตอนท้ายๆผมสารภาพว่าหัวตื้อมากคิดอะไรไม่ค่อยออกละ 55 ใช้พลังสมองมาหลายชม. จนสุดท้ายก็คุยเรื่องเงินเดือนตกลงกันเรียบร้อยจบปิ๊งละก็วางสายไป

เสร็จแล้วนั่งตาลอยเลย รู้สึกว่าเป็น 3 ชมที่พูดไม่หยุดและทุกคนก็ดูเหนื่อยมากละ แต่ๆ !! เราลืมอะไรกันมั้ย! เหมือนจะลืมถามกันรึเปล่าว่าหลังจากนี้จะยังไงต่อ 😅 (เห้อ 55) ผมก็หลุดฝั่งเขาก็หลุด

วันรุ่งขึ้นเลยโทรไปหา HR เขาบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อกลับมานะรอ CEO คุยกับทีมอีกที แต่แล้วอาทิตย์นึงก็ยังเงียบอยู่ 🤔 ตอนนั้นผมก็คิดเอาเองว่าจากที่คุยกันวันก่อนกับพี่ CEO แนวโน้มมันก็ดีนะจากมุมมองผมเองแถมคุยเรื่องตัวเลขไปละด้วย ผมก็มีโทรไปหาเขาไป Follow Up เขาก็บอกยังรอมติทีมอยู่ผมก็โอเค ก็ยังรอต่อไปอย่างมีความหวังจนช่วงใกล้ๆปีใหม่ปลายๆเดือนธันวาคม ก็มีสายนึงโทรมาจากพี่ HR คนเดิม

จะบอกว่าช่วงระหว่างรอผมขับรถไปหาหอพักใหม่ไปสำรวจตึกที่ทำงานแล้ว ไปกินข้าวแถวนั้นเป็นเรื่องเป็นราวเลย 555

ต่อจากโทรศัพท์ด้านบนในใจคิดว่าน่าจะเป็นข่าวดีซะที แต่โทรมาเขาบอกว่าทางทีมเขามีมติว่าจะเปลี่ยนภาษาโปรแกรมมิ่งเป็นภาษาอื่นที่ผมไม่ถนัด ผมก็อึ้งไปเลยอ่าว … เขาบอกถ้าเป็นแบบนี้ถ้าผมจะต้องเขียนตัวใหม่นี้ผมจะโอเคมั้ย ผมก็คิดในใจว่าเออเอาก็เอา ถึงใจจะยังอยากเขียนแบบเดิมแต่ถ้าโอเคกับคนที่ไม่เคยเขียนมาก่อนผมก็จะเต็มที่กับมัน

สรุปผมเลยบอกได้ครับไม่มีปัญหา แล้วสายก็ตัดจบไป

แม้จะยังไม่แน่นอน แต่ตอนนั้นผมก็เตรียมใจพร้อมมาก เพราะทุกอย่างดูลงตัวมากๆ เหลือแค่รอความชัดเจนเท่านั้นเอง

24/01/2025 ผ่านไป 1 เดือนนับจากวันที่เขาโทรมาหาผมก็มี Email ฉบับนึงมา

Email rejection message thanking the candidate for their interview and stating the decision to focus on candidates with React Native experience.

อ่านแล้วก็ปลงนิดนึงแต่ก็ทำใจไว้บ้างละแหละ ก็ขอบคุณครับสำหรับประสบการณ์ เขาบอกว่าถ้าทางทีมตัดสินใจเปลี่ยนใจไปใช้ภาษาใหม่

แม้จะใช้เวลา 3 เดือนเต็ม แต่ก็ถือว่าได้เรียนรู้ระบบการรับคนของบริษัทขนาดกลางแบบละเอียด เป็นประสบการณ์ที่แม้จะไม่จบแบบที่หวัง แต่ผมก็เต็มที่กับมันแล้ว

เรื่องนี้ทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่เคารพการตัดสินใจของบริษัทเขาถือว่าจากกันด้วยความเข้าใจผมก็หวังว่าบริษัทเขาจะเจอคนที่แมทช์กันกว่าผม แต่สิ่งที่เสียดายที่สุดคือ 3 เดือนที่หายไป Standby ให้กับที่นี่ที่เดียว

จริงๆช่วงหลังสังเกตหลายๆบริษัทจะเลือกมาทาง Cross Platform กันหมดคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องการลด Cost ของบริษัทให้สอดคล้องกับพายุลูกใหญ่ๆที่อยู่บนหัวทุกคนในเวลานี้

Middle of the storm

ในระหว่าง Process ส่วนตัวเวลาผมสนใจบอไหนผมจะให้เต็ม 100 แทบจะไม่สนใจบออื่นเลยผมตั้งใจเตรียมตัวสัมภาษณ์และทำเทสมากๆ แต่ด้วยความที่ต้องไม่ประมาทระหว่างนั้นผมก็ส่ง Resume ไปที่อื่นด้วยเช่นกันส่วนใหญ่ก็เป็นบริษัทใหญ่ๆด้านการเงิน หรือส่งให้รีคูทเตอร์ และ Start Up ของต่างประเทศก็มีบ้างซึ่งสุดท้ายก็เงียบหมด 🥲

A pirate ship sailing through stormy seas with high waves and dark clouds overhead.

ผมเริ่มรู้ตัวละว่าผมออกเรือมาในช่วงเวลาที่พายุเศรษฐกิจไม่เคยน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน รู้ตัวอีกทีเราก็อยู่ข้างในพายุแล้ว บริษัท startup หายไปเยอะ บริษัทใหญ่ Freeze การจ้างคน จากที่เคยเปิดรับเยอะมากๆปีก่อนๆแล้ววันนี้เหลือน้อยลงกว่าเดิมมาก ข่าวการ Layoff ชาว Tech จากทั่วโลกรวมถึงไทยความต้องการตัว ของ Programmer ลดลงเข้าไปทุกที

ในขณะเดียวกันปริมาณ Programmer ว่างงานจากตลาดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทั้งจาก ปริมาณ Bootcamp เปลี่ยนสายที่อัดฉีดคนเข้าด้านนี้ก่อนหน้านี้, คนที่มีประสบการณ์เก่งๆแต่โดน Layoff ก็ยอมลดเงินเดือนเพื่อแย่งงานกัน และยิ่งกว่าทั้งหมดที่ว่ามาคือการมาของตัวเปลี่ยนเกม AI

เรื่อง AI ผมไม่ลงลึกในบทความนี้นะเพราะมันพูดได้เยอะมากแค่อยากบอกว่ามันไม่ได้มาแย่งงาน แต่ปัญญาประดิษฐ์คือสิ่งที่จะเปลี่ยนคำจำกัดความคำว่างานของมนุษย์ได้เลย 🥹

จังหวะนี้คนเก่ากอดเก้าอี้ตัวเองกันทั้งนั้น ไม่มีที่ว่างสำหรับคนใหม่ อย่าว่าแต่เด็กจบใหม่เลยคนมีประสบการณ์ยังเอาตัวกันไม่รอดเลย ณ ตอนนี้ มองขึ้นไปพายุลูกนี้คือ Perfect Storm อย่างไม่ต้องสงสัย

Perfect Storm: a meteorological event aggravated by a rare combination of circumstances (วิกฤตที่เกิดจากสถานการณ์เลวร้ายหลายอย่างมาบรรจบกันในเวลาเดียวกันพอดี)

บริษัทที่สอง ท่องเที่ยวกับรีคูทเตอร์

04/12/2024 ช่วงต้นเดือนธันวาคมระหว่างที่ผมรอที่แรกตอบกลับก็มีรีคูททักมาใน LinkedIn เล่าให้ฟังถึงบริษัทนึงเค้าหาคนอยู่ ฟังๆดูก็น่าสนใจดีเป็น Startup อีกแล้วละเป็น Sector ที่น่าสนใจด้วย 55

ผมก็ตกลงยื่น Resume ไปเลยซึ่งเขาไม่บอกนะว่าเป็นชื่อบริษัทอะไรอันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม อาจจะเป็นความลับของบริษัทในเรื่องของการจ้างงาน (ทุกวันนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจบางบริษัทเวลาหาคนถึงไม่บอกชื่อบริษัทก่อน)

ก็นัดเวลาเสร็จเป็นอาทิตย์หน้าตอนเที่ยง บอนี้ไม่ค่อยมีรายละเอียดเท่าไหร่เลยหาข้อมูลได้ไม่ค่อยเยอะ แต่ก็สืบมาจนได้ดูโอเคมีตัวตนจริง บอกตัวเองว่าโอเคละนอกนั้นไม่ใช่ปัญหา

12/12/2024 วันสัมภาษณ์ พอถึงวันสัมภาษณ์ผมก็เข้า Google Meet ตามปกติมีพี่ Senior คนนึงกับ CEO รวมทั้งหมด 2 คนไอเราก็เริ่มเลยไม่รอช้าแนะนำตัวเล่าประสบการณ์นู่นนี่ก็ตอบได้หมดนะใช้เวลาไปทั้งหมดชั่วโมงนึงแป๊ปเดียวก็จบไปคิดว่าทุกอย่างก็ไม่แย่เลยนะแต่ Vibe แปลกๆนิดนึง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีนะแต่เป็นฟีลแบบเอะๆด้วยสไตล์ที่อาจจะไม่ตรงกัน 55

ถ้าสัมภาษณ์หลายๆที่น่าจะเข้าใจ เป็นเรื่องปกติมากเวลาสัมภาษณ์เราเลยควรเป็นตัวของตัวเองที่สุดเพราะถ้าเขาชอบเราก็จะชอบไปเลย ถ้ารู้สึกไม่ใช่ก็จะได้รู้ว่าควรเซย์โนเลย

ก็จบไปเขาบอกจะติดต่อไปที่รีคูทเตอร์อีกทีระหว่างนั้นก็รอทั้งที่แรกและที่สอง 555 เดาทางไม่ถูกเลยคิดว่าถ้าได้ขึ้นมาจะเลือกที่ไหนดี 555 เพราะมองในแง่ดีมากทั้งคู่ แต่ก็ไม่รู้ว่ายังไงก็รอต่อไป ทางรีคูทเตอร์ก็ยังไม่บอกอะไรเรา

เย็นวันนั้นก็เลยทักไปถามรีคูทเตอร์ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวตามให้ละก็ถามว่าสัมมาเป็นไงบ้าง ผมก็บอกว่าดีครับ เขาก็บอกดีๆละก็จบไป ส่วนผมก็รอต่อไป

17/12/2024 ผ่านมาแล้ว 5 วัน รีคูทก็ยังไม่ติดต่อมาเลย ที่บอกว่าจะไปตามให้ตอนเย็นคือยังไงนะ 🤔 ผมก็เลยทักไปถามเขา เขาก็บอกเดี๋ยวทางบริษัทจะตอบภายในอาทิตย์นี้ เออผมก็ดีใจเว้ยใกล้รู้ละ แต่คือถ้าไม่ตามก็ไม่แจ้งอะไรเลยใช่มั้ยนะ เริ่มเซงๆละบางทีถ้าจะให้ทักไปบ่อยๆผมก็เกรงใจ

19/12/2024 วันนี้รีคูททักมาบอกว่าเขาจะให้คำตอบอาทิตย์หน้านะ 😅 โอเคเลื่อนได้ไม่เป็นไรยังไงก็ต้องรอต่อไป

จนในที่สุด.. รีคูทเขาก็ทักมาบอกว่า

Screenshot of a message exchange discussing feedback on a job application, including comments on IT skills and company culture fit.

24/12/2024 ใน Timeline ของผมที่นี่คือที่ผมโดนปฏิเสธเป็นรอบแรกก่อนบริษัทแรก ตอนนั้นก็ช๊อกไปเลยวันนั้นเดินอยู่ที่ฮ่องกงจำได้ว่าซึมไปเลยทั้งวัน 55 แต่ไอเราก็เป็นคนขี้สงสัย อยากรู้ว่านิสัยไม่แมชกันคือยังไงนะอะก็เลยถามรีคูทไปว่า นิสัยไม่แมชนี่ยังไงนะครับเพราะเราอาจจะเอากลับมาปรับปรุงได้ รีคูทก็ตอบกลับมาว่าขอโทษทีแต่เขาไม่ได้บอกมา..

ในใจก็คิดว่าถามให้หน่อยไม่ได้เร้ออ 55 แต่ผมก็ช่างมันผมไม่ได้อยากคุยกับเขาต่อละ คิดว่าเขาคงไม่ไปถามให้ผมหรอก ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่กับรีคูทเตอร์คนนี้ รู้สึกว่าเขาพูดกับเราไม่ค่อยดี ละก็ไม่ค่อย Keep in touch กับเราเลยและทั้งหมดนี้เรายังไม่เคยโทรคุยกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่โดยรวมโอเคกับผลลัพธ์ของบอนี้นะเขาก็ปฏิเสธมาตรงๆก็ยอมรับละ Move On

ไปกันต๊ออ..

New Beginning (2025)

ปีใหม่แล้ว ในใจคิดว่าช่วงปลายปีมันเป็นช่วงคนยังไม่ออกจากงาน ขึ้นปีใหม่รับโบนัสกันต้นเดือนน่าจะเริ่มมีที่ว่างกันบ้าง แต่แล้วเวลาที่ผ่านไปก็ทำให้รู้ว่าผมคิดผิด .. ช่วงสามเดือนแรกของปีแทบไม่มีตำแหน่งเปิดจ้างเลยที่เจอกับตัวเลยคือตำแหน่งงาน Mobile Developer สาย iOS นะ ส่วน Programmer ภาษาอื่นๆก็เห็นมาจากโพสของคนอื่นเหมือนกันว่าหางานยากมากๆก็คาดว่าน่าจะเป็นเหมือนกัน

สองเดือนจะโผล่มาสักที่นึงแถมคนสมัครเป็น 100 ในระหว่างนั้นก็มีรีคูทเตอร์ทักมาขอ Resume เรื่อยๆนะเยอะด้วย ช่วงแรกก็ยังไม่เข้าใจว่าหลายๆคนทักมาขอ Resume และขอรายละเอียดละก็เงียบไปเลยเป็นยี่สิบคนเขาเอาไปทำอะไรหว่า 55 ด้วยความสงสัยเลยลองวิเคราะห์และหาคำตอบดู

อันนี้ผมจะแชร์เกร็ดความรู้เรื่องรีคูทเตอร์บางทีเขาแค่มาขอ Resume ไปเก็บไว้เป็นยอดตัวเองเก็บไว้ในระบบอีกทีนึง คือเขาก็เป็นคนทำงานเหมือนกันการหายอดคืองานเขาเช่นกัน คือให้ไว้ได้แต่อย่าไปหวังไว้เยอะว่าเขาคือคนที่มาช่วยเพราะอยากให้เราได้งาน มันอาจจะมีเหตุผลอื่นอยู่ด้วยเช่นเรื่องยอด Head Count หรืออื่นๆ

เราต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน บางทีถ้าเราหมดประโยชน์กับเขา เขาก็แค่ลอยแพเราไปเลย (ไม่ใช่ทุกคนนะ รีคูทเตอร์บางท่านก็ดีเอาใจใส่นะ แล้วแต่ดวงจริงๆ)

จากนั้นก็เหมือนเดิมผมก็สมัครไปอีก ยังสู้ต่อไป แต่ก็เงียบหมดเหมือนเดิม 🥹 จนวันนึงมีรีคูทท่านนึงติดต่อเข้ามา…

บริษัทที่สาม ณ ดอยสุเทพ

07/01/2025 วันนี้รีคูทท่านนึงทักเข้ามาใน LinkedIn และโทรเข้ามาแนะนำบริษัทนึง ซึ่งหลังจากนั้นผมก็ไปสืบมาทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัทตัว Product ของที่นี่น่าสนใจและดูมีประโยชน์ดีและเป็น Start Up (อีกแล้ว 55) แต่ๆๆครั้งนี้มีปัญหาใหญ่อยู่อย่างนึงคือ บริษัทเขาอยู่ภาคเหนือและต้องเข้าออฟฟิศบ่อยด้วย หมายความว่าเขารับผมต้องย้ายไปอยู่ภาคเหนือทันที

ผมตัดสินใจอยู่นานแต่คิดว่าน่าจะสนุกดีเพราะหลายปีก่อนเราเองเคยทำแอปแนวเดียวๆกันนี้ละตอนสนุกดีเลยคิดว่าแอปแนวๆนี้ต้องสนุกเหมือนกันแน่ๆ แถมใช้ภาษาแบบใหม่ตรงกับที่เราอยากทำอีก เรื่องสวัสดิการเงินเดือนก็ตรงกับที่เราต้องการเหมือนกัน ทุกอย่างตรงครบๆแค่นี้ภาคเหนือก็อยู่แค่หน้าปากซอยละแหละ 😅 ตกลงนัดสัมภาษณ์เลย

รีคูทเตอร์ท่านนี้ถามก่อนเลยว่าโอเคมั้ยที่จะต้องย้ายไปเชียงใหม่ ตอนนั้นผมตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า ไม่มีปัญหาครับ…

08/01/2025 หลังจากตกลงแล้วรีคูทเตอร์ท่านนี้นัดผมคุยเลยเขามาช่วยบอกวิธีเตรียมตัวไปเลยทั้งการตอบ คำถามที่อาจจะเจอ และบอกให้ผมทำ Presentation ด้วย ผมก็แบบว้าวมันต้องขนาดนี้เลยหรอ ละนัดส่งไปก่อนสัมภาษณ์สองวัน ส่วนตัวผมไม่เคยเจอรีคูทที่แนะนำและดูแลขนาดนี้มาก่อนประทับใจมากชอบและทางรีคูทคนนี้ก็คุยเป็นกันเองมากๆด้วย

14/01/2025 ก่อนที่จะสัมภาษณ์ต้องส่ง Slide presentation บวกกับต้องกรอกใบสมัคร 6 หน้าและข้อสอบ EQ อีก 2 หน้าโดยทั้งหมดผมต้องปริ้นออกมาทำในกระดาษ พอทำเสร็จต้องสแกนกลับเข้าไปเป็น File PDF อีกครั้งนึง (เขาไม่ให้เขียนโดยใช้ปากกาใน iPad) รวมทั้งหมด 8 หน้า เหนื่อยแท้

16/01/2025 วันสัมภาษณ์มาถึงจำได้ว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่ดูเป็นทางการที่สุดละอาจจะปกติสำหรับสายอื่น แต่สำหรับสาย Programmer อย่างเราๆปกติจะเห็นหน้าของแต่ละผู้สัมเป็นคนๆไปจอใครจอมันชุดอยู่บ้านกันก็เห็นบ่อยๆ 55 แต่บริษัทนี้มานั่งรวมกันที่ห้องประชุม 5 คนมี CEO, Manager, HR, Senior Programmer 2 คนแต่งตัวกันดีเลย และมีผมฉายขึ้นหน้าจอใหญ่ๆบนกระดานห้องประชุมเรียกว่ามีเขินๆกันมั่งอะ 55 และบนโต๊ะก็มีใบรายละเอียดการสมัครทุกอย่างที่ผมส่งให้รีคูทเตอร์วันก่อน ถูกปริ้นออกมาเป็นกระดาษวางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าทุกคน ดูเพียบพร้อมและเป็นทางการสุดๆ

ผมก็เริ่มรีรันอีกครั้งเล่าประสบการณ์ให้เขาฟัง รอบนี้ผมอธิบายและพูดเล่ารายละเอียดเยอะที่สุดละเพราะเตรียมตัวมาบวกกับเริ่มสัมภาษณ์บ่อยมันเริ่ม (เจ็บและ) ชินละ 😅 เมื่อผมพูดจบแล้วก็เปิดให้ทุกคนถามมา

ก็ถามตั้งแต่ประสบการณ์และเรื่องที่จะโอเคหรอที่จะไปทำที่เชียงใหม่ สังเกตว่าเขาถามอันนี้เยอะเป็นพิเศษสงสัยกลัวว่าเราจะไม่ไปจริง ส่วนผมเต็มร้อยไปคือไป 100% ไม่มีกลัวแล้วจังหวะนั้น มีเตรียมดูๆหอไว้บ้างแล้วด้วยตอนสุดท้ายที่คุยกับพี่ CEO เขาก็เฮฮาเป็นกันเองมียิงมุขตลกกันก็หัวเราะขำๆกันเป็นบรรยากาศที่สนุกตลกๆดี

แน่นอนว่าผมได้ไปดู Office เขาแล้วเกิน 20 รอบ (ใน Google Map ผ่าม) Office สวยมากน่าจะร่มรื่นร่มเย็นคิดว่าอากาศก็น่าจะดีในช่วงปลายปีออกไปเดินเล่นในเมือง ส่วนเดือนอื่นๆก็เตรียมเครื่องกรองอากาศกันฝุ่นไว้ละ ณ ตอนนั้นใจผมคือย้ายไปอยู่แล้วเรียบร้อย

สรุปก็คือผ่านครับรู้ผลเย็นวันนั้นเลย รีคูทเตอร์บอกว่าเขาชอบผมกันมากๆทั้งทัศนคติแนวคิด มี Candidate คนอื่นอีกแต่เขาให้ผมผ่านเลยทันที ผมแม่งโคตรดีใจอะเอาวะมันต้องได้ละแหละรอบนี้

Email correspondence addressed to Mr. Chayakan, requesting permission and providing instructions for file submission.

โดยขั้นต่อไปก็คือเขาให้ Assignment มาทำอีกแล้วโดยให้เวลา 1 อาทิตย์โดยโจทย์จะเป็นการทำเทสเป็นแอปเล็กๆและต้องทำให้ได้ตามกำหนด ส่วนตัวคิดว่าไม่ยากมากเท่าของที่แรกเพราะเขากำหนด Requirement มาค่อนข้างชัดเจนเป็นข้อๆเลย ต่างจากที่แรกที่มันเป็นโจทย์ปลายเปิด ส่วนที่นี่ถ้าทำข้อไหนได้ก็เหมือนติ๊กเคลียร์ไปเป็นข้อๆ ตอนนั่งอ่านโจทย์ผมก็ยิ้มแล้ว ..สบายมาก

ผมใช้เวลาไป 5 วันจาก 7 วันซึ่งจริงๆเสร็จตั้งแต่ 3 วันแรกแล้วแต่ที่เหลือก็เหมือนเดิม จัดโค้ดให้สวยตามทฤษฎีเปะๆแยก Component ทำ UI ให้ตรงที่สุดซึ่งสุดท้ายงานออกมาทำได้ทุกอย่างตามที่กำหนดและ UI เป๊ะมากๆ เรียกว่าใส่แบบจัดเต็มเหมือนกันถึงแม้ที่นี่จะใช้ Tech ที่ผมไม่ได้ใช้มานานแต่แน่นอนว่าผมเคยทำมาบ้างและด้วยความมั่นใจในตัวเองผมทำเสร็จแบบไม่ยากเย็น

ซึ่งผลก็คือส่งไปแล้วเขาชอบ Style การเขียนของผมกันมากเลย เลยขอนัดสัมภาษณ์รอบสุดท้าย

A screenshot of a social media post written in Thai, expressing greetings and discussing an upcoming meeting on Thursday.

22/01/2025 Final Interview วันนี้เป็นวันสุดท้ายมีแค่ผมกับพี่ Manager, Senior ของทีมคนเดียว เขาก็ให้ผมอธิบาย Code ที่ทำมาผมก็เปิดไฟล์มาตั้งใจอธิบายเป็นขั้นตอน พี่เขาถามมาผมก็ตอบได้หมดนะรวมถึง App Assignment ที่ทำมาก็ทำงานได้ตามโจทย์หมดทุกข้อ สัมภาษณ์รอบนี้ค่อนข้างเร็วประมาณครึ่งชม พี่เขาบอกว่าก็ไม่มีอะไรจะพูดเท่าไหร่ละทำตามโจทย์ได้ครบและ Code Quality ดีมากรอคุยกับ HR ต่อเลยจากนั้นก็จบไป เขียนเหมือนอวยตัวเองนะ แต่เขาพูดมาแบบนี้จริงๆ 55 และผมก็คิดละว่าไม่มีวันไหนที่ผมมั่นใจว่าจะได้เท่าวันนั้นอีกแล้ว..

ผมบอกกับตัวเองเออคุ้มค่าเหนื่อยละโชว์ของไปเต็มที่ ซึ่งหลังจากนั้นรีคูทเขาก็โทรมาบอกกับผมว่ายินดีด้วยนะครับเตรียมเก็บกระเป๋าไปเชียงใหม่เลย 555 ผมพูดคุยหัวเราะดีใจกับรีคูทเตอร์ไปนานอยู่

บรรยากาศแฮปปี้มากทุกอย่างที่ผมได้ยินคือ Positive หมดสกิลผมผ่านฉลุย นิสัยเขาก็ชอบ ผมเองก็โอเคกับพี่ๆทุกคนในนั้น รีคูทเตอร์ก็เอาใจใส่คุยด้วยดี ไปตามเรื่องให้ตลอดเออผมแฮปปี้เลย ระหว่างรอเขาเรียกไปเซ็นสัญญาก็ฝันหวานต่อไปนั่งหาหอต่อ ใช้ Google Map ไปเที่ยวที่ Office เขาบ่อยๆ, นั่งอ่าน Blog ของคนที่ย้ายไปอยู่เชียงใหม่ไปเรื่อย 🙃

06/02/2025 ระหว่างที่กำลังฝันหวาน วันนี้ผมได้รับสายจากทาง HR เขาโทรมาว่าเขามีปัญหาเรื่อง Budget ว่าที่ผมเรียกไปมันมากเกินไป (ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้เยอะเกินค่าเฉลี่ยเลย แต่เขาบอกว่ามากไปสำหรับเรทต่างจังหวัด) ผมก็ตกใจอ่าวไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่าทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ ผมก็คิดว่าเออโอเคไม่อยากไปนั่งหาใหม่ บวกกับบริษัทนี้มันก็โอเคผมเลยบอกว่าลดให้ก็ได้ก็ลดไปเยอะอยู่นะ ตอนนั้นคือยอมก็ยอมถึงจะเริ่มไม่ค่อยโอเคละแต่ก็ใจเขาใจเราถ้าเขาจ่ายไม่ไหวเราก็ต้องช่วยเขา หลังจากวันนั้นเขาก็เงียบไป (ขอเสริมตรงนี้ที่เคยเขียนว่าไม่ควรคิดแบบนี้เลยเพราะเราจะเสียเปรียบสุดๆ)

พอสายนั้นจบผมก็โทรไปหารีคูทเพื่อพูดคุยเรื่องอิหยังอันนี้ เล่าให้รีคูทฟังเขาก็ตกใจมากและไม่พอใจว่าทำไมทำแบบนี้ เพราะทีแรกต้องคุยเรื่องนี้กันไว้อยู่แล้วเป็น Range ที่พอใจกันทุกฝ่ายเขาเลยบอกว่าเดี๋ยวไปคุยมาให้และขอโทษผมใหญ่เลย จากนั้นผมก็คิดว่าเขาน่าจะไปคุยเคลียร์กันแล้วเรียบร้อย

แต่หลังจากนั้นทางรีคูทก็เงียบไปเลยไม่รู้เป็นยังไงมั่งละ ผมเองก็ไม่ได้ทักไปเลยเพราะเกรงใจไม่อยากไปเร่ง

11/02/2025 ผ่านมา 5 วันในที่สุดผมก็ตัดสินใจทักรีคูทไปทาง LinkedIn ว่าเป็นยังไงบ้างแล้ว แต่ก็เขาก็ไม่อ่านและไม่ตอบ โทรไปเขาก็ไม่รับ 🤨 มองในแง่ดีเขาคงยุ่งๆละมั้งคงอาจจะยังไม่ได้คุยรึเปล่านะ เราก็คิดในแง่ดีแทนเขาหมด ด้วยความเกรงใจก็เลยหยุดอยู่แค่นั้นและรอต่อไปคิดว่าเดี๋ยวเขาคงทักมาเอง

13/02/2025 อีก 2 วันถัดมาเขาก็ยังไม่ทักมา ผมก็ตัดสินใจโทรไปหาเขาเองเลยและพบว่า เขาได้ไปคุยกับทางบอแล้วทางบอบอกว่าเขาเปลี่ยน Offer ใหม่รอบที่สามซึ่งลดเงินมากกว่าที่ผมยอมลดให้ครั้งที่แล้วอีก ห๊ะ !! ซึ่งมันไม่ใช่ละ กลายเป็นไม่คุ้มแล้วที่ผมต้องย้ายที่อยู่และตอนนี้น้อยกว่าที่ผมเคยทำอยู่อีก สุดท้ายมันก็เป็นเกมบีบบังคับให้ผมต้องบอกปฏิเสธ Offer นี้ไปอย่างน่าเสียดาย รีคูทท่านนี้เขาก็ขอโทษผมอีกครั้งขอโทษที่ทำให้เสียเวลา และก็มีบอกตอนท้ายว่าเสียดายมากถ้ามีที่ใหม่จะรีบมาแนะนำผมเลยทันที และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมกับเขาได้คุยกัน ผมเองก็เสียดายเช่นกัน

จริงๆรีคูทท่านนี้เขานิสัยดีมากชวนคุยเล่นอัธยาศัยดีประทับใจมาก แต่เสียดายตอนท้ายๆก็เหมือนผมจะโดนลอยแพไปซะอย่างงั้นน ไม่มี Reject Email และเขารู้เรื่องแล้วไม่รีบกลับมาบอกจนผมต้องโทรกลับไปตามเอง แต่ก็ถือว่าเป็นรีคูทที่ดีที่สุดที่ในรอบนี้ละถ้าไม่นับเรื่องที่บริษัทเขาทำแบบนี้

จนถึงตอนนี้ผมก็ได้เรียนรู้ละว่ามันไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆจังหวะที่ทุกคนคิดว่าจะได้แน่ๆมันก็ไม่แน่นอนจนกว่าจะได้เซ็นสัญญาจริงๆ เอาจริงคือโคตรท้อเพราะทุกที่ Process มันนานละใช้พลังกายและใจไปเยอะทุกๆที่ทั้งข้อสอบและเตรียมสัมภาษณ์ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้สุดท้ายก็ต้องยอมรับกับความเป็นความจริง.. เป็นอีก 1 เดือนกว่าที่หายไป 🥲

บริษัทที่สี่ โรงพยาบาล

หลังจากที่ถูกปฏิเสธงานก็ไล่สมัครไปอีก 4 ที่ซึ่งทุกที่ก็เงียบหมด ไม่เป็นไรเศร้าได้แต่ยังไงก็ต้องสู้ต่อ

20/02/2025 ประมาณ 2 อาทิตย์ต่อมา มีรีคูทอีกที่นึงโทรเข้ามาบอกว่ามีงานนึงสนใจมั้ย ผมก็ไม่รอช้าตอบตกลงไปทันที บอนี้อยู่ Sector ที่ไม่คุ้นเคยอีกแล้ว (Medical) แต่ก็น่าทำมากๆเพราะใช้เทคแบบใหม่เหมือนบอที่แล้วก็ตกลงนัดสัมภาษณ์ไป

แต่ความพิเศษของรอบนี้คือเขาเป็นสัญญาจ้าง ก่อนหน้านี้ผมรับแบบประจำเท่านั้น ไม่ได้สนใจแบบ Outsource เลยถึงมีเข้ามาผมปฏิเสธหมดอาจจะเป็นที่ผมเองชอบแบบประจำมากกว่าจากหลายๆเหตุผล แต่ตอนนี้ผมยังไงก็ได้ละอยากมีงานละค้าบ ซึ่งจากมุมมองตอนนี้แล้วตำแหน่งพนักงานประจำในสายเทคมีน้อยลงมากจากที่ผมเห็นมา

เออพี่รีคูทคนนี้เขามาแปลกๆเขาเน้นคุยในไลน์ เขาไม่คุยกับผมในอีเมลเลยใช้ Line คุยเป็นหลักและมีโทรคุยกันแค่รอบเดียว 😅 แต่ก็ไม่เป็นไรเข้าใจได้ พี่เขาคุยเก่งมากบอกว่าทุกคนที่เข้าไปนะได้ Convert เป็นพนักงานประจำทุกคน และที่เรามีสวัสดิการอย่างนี้ๆ คนที่ได้เข้าไปแฮปปี้ทุกคน ผมก็ได้แต่รับฟังไว้ด้วยใจที่เป็นกลาง…

24/02/2025 เมื่อวันสัมภาษณ์มาถึง ก็มีสองท่านที่มามีพี่ Senior จาก Outsource ด้วยกันคนนึงและน้องพนักงานประจำคนนึง เป็นรุ่นน้องแต่เก่งใช้ได้เลย ทุกอย่างก็เริ่มรีรันใหม่อีกครั้งแนะนำตัวนู่นนี่แต่ที่นี่เร็วมากๆไม่มีถามอะไรต่อเลยหลังจากแนะนำตัว พี่ Senior ก็เหมือนจะไม่ได้สนใจที่จะถามอยากรู้เรื่องของเราขนาดนั้น สังเกตจากที่พี่เขาหันไปคุยทำงานอย่างอื่นไปด้วยตอนสัมภาษณ์ จากนั้นเขาก็รีบตัดเข้าส่วนของ Technical ผมมั่นใจว่าตอบได้ทุกข้อก็โอเคจบไปแต่มีเซอร์ไพรซ์ตอนหลังที่ไม่มีใครบอกเลยคือมี Live Coding โดยให้เวลาครึ่งชม

Live Code คือการที่เราเปิดหน้าจอให้ผู้สัมภาษณ์ดู และแก้ปัญหาด้วย Code หรือทำ Project ให้เขาดูตอนนั้นเลย วิธีนี้คนสัมภาษณ์จะเห็นทุกวิธีการคิดของเรา ChatGPT นี่ห้ามใช้แน่นอนเป็นที่รู้กัน ส่วน Google ส่วนมากจะใช้ได้แต่ต้องอยู่ภายใต้การดู เช่นไม่ไปค้นหาคำตอบหรือก๊อปโค้ดมาเองตรงๆ

จังหวะนั้นคือคิดละทำไมเขาไม่บอกหรือรีคูทไม่บอกเราเอง ได้แต่คิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรแค่ชะงักไปหน่อยนึง เขาให้เราทำตาม Requirement ของเขาตอนนั้นเลย ก็ไม่ได้ยากมาก แต่ถ้าไม่เคยทำมาเลยก็น่าจะมีเหวอกันบ้าง ก็เซงๆที่ไม่รู้ก่อนเพราะไม่ได้เตรียมตัวเรื่อง Live Code เลย

สุดท้ายด้วยเวลาครึ่งชมผมก็ทำเสร็จตามที่เขาต้องการและอธิบายโค้ดได้ถึงจะมีติดๆนิดหน่อยเพราะลืมไปเยอะวิธีเขียนแบบใหม่ แต่ก็ตอบและทำได้ไม่มีปัญหาสุดท้ายเวลาเหลือ 10 นาทีผมยังไม่มีโอกาสได้ถามอะไรของบริษัทกลับเลยเขาบอกว่าเหลืออีก 10 นาทีละก็ยกเวลามาดูบอกว่ามีอะไรถามได้ 1-2 คำถามเพราะเขามีธุระต่อต้องรีบไป

ซึ่งระหว่างสัมภาษณ์พี่คนนี้เขาก็ดูยุ่งๆเหมือนจะติดต่องานอื่นไปด้วย พอมาเจอแบบนี้อีกผมก็ปลงๆละ จำได้ว่าผมก็ถามคำถามกลับแบบไม่ได้คาดหวังคำตอบไป..พูดง่ายๆคือถามไปงั้น

จบไปกับที่นี่ผมคิดว่าคงไม่น่าได้หรอกเลยไม่ได้คาดหวังมาก 55 เนื่องจากมีติดขัดตอนสัมนิดนึงแถม Technical เขาก็ถามไม่ได้ยากเลยละก็ไม่ได้ถามแนวคิดเลยเขาจะรู้ได้ยังไงว่าผมมีของ 55 ส่วนตอน Live Code ก็โชว์ Google หา Syntax ง่ายๆไปอีก 😂

Email offering an iOS Developer position, addressed to Khun Chayakan Tangsanga, including details about the position, expected start date, contract length, base salary, and onsite work.

28/02/2025 ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ สุดท้ายวันนี้พี่รีคูทก็ทักไลน์มาบอกว่าผมได้ Offer นะ ยอมรับเลยว่าตอนนั้นงงนิดๆ เพราะสัมภาษณ์ก็มีจุดติดขัด 555 ผมก็ตกลงเขาก็ส่งอีเมลเอกสารเซ็นสัญญามาเรียบร้อยละบอกว่ารอก่อนนะเป็นสัญญาร่างเอามาให้ดูก่อนผมก็โอเครอสัญญาจริงต่อไปตามขั้นตอน

03/03/2025 เวลาผ่านมา 3 วันรีคูทเขาก็ไลน์มาบอกว่ารอแป๊ปนึงนะน้อง ทาง PO ของบริษัทยังไม่มา อาจจะไปเที่ยวรึเปล่าไม่แน่ใจ ผมก็บอกว่ารอได้ครับงานถนัดผมเลย 😂

06/03/2025 อีกสามวันถัดมาผมก็ทักไปใหม่ว่าว่าเป็นไงบ้างครับ พี่รีคูทก็ตอบกลับทันทีว่าไม่ต้องกลัวๆจ้างแน่ๆ เดี๋ยวบ่ายๆของวันนี้เขาจะเซ็นอนุมัติมาแล้วเนียย 🤩 ผมแค่ถามเฉยๆพี่ไม่ได้กลัวเล้ยย ชินแล้ว ยั๊ง 55

ใจจริงก็มีประสบการณ์จากที่ก่อนหน้ามาว่าอย่าคาดหวังไว้เยอะขนาดเขาพูดมาขนาดนี้ผมก็ยังไม่ได้ดีใจอะไรเลย 55 แต่ก็คิดในใจลึกๆว่าก็คงไม่มีอะไรแปลกเกิดขึ้น 3 ครั้งติดกันปะนะ 555 สัญญาฉบับร่างก็มาแล้วเนี่ย Email Offer ก็มาละเนี่ย พี่เค้าก็คอนเฟิร์มขนาดนี้ ทุกอย่างอยู่แค่เอื้อมนี่เองและเขาบอกว่าเอกสารฉบับจริงกำลังจะส่งมาแต่โดนเลื่อนไปเรื่อยๆ เอ๊ะๆ

ผมเองก็นัดวันเริ่มงานไว้แล้วเรียบร้อยช่วงนี้ผมก็พักอ่านหนังสือไปเที่ยวเต็มที่ก่อนที่จะเริ่มงานใหม่ละ 555 สบายใจได้…

16/04/2025 ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆตอนกลางเดือนเมษา ประมาณสองอาทิตย์ก่อนเริ่มงาน ผมก็ไลน์ไปเช็คกับทางรีคูทอีกรอบให้มั่นใจว่าเริ่มงานต้นเดือนหน้าตามที่คุยกันไว้นะ แต่…

ใช่ครับสุดท้ายฝันผมก็ต้องสลายอีกครั้งเนื่องจากพี่รีคูทบอกว่า Project ถูกหยุดไปกลางคันแหล่ว…🥲

ส่วนทำไมผมถึงออกมาจากงานเก่าก่อนที่จะได้เซ็นสัญญา ประเด็นนี้ผมเข้าใจดีและจริงๆสิ่งที่ควรทำคือการที่เซ็นสัญญาก่อนเริ่มงานใหม่เสมอ แต่มีความจำเป็นบางอย่างที่ผมต้องออกก่อนแต่ขออนุญาตไม่ลงลึกตรงนี้นะคับบ🙏 ใช่ครับจังหวะนั้นก็วัดใจแล้ว ถ้าเขาเทก็คือเคว้งเลย แล้วเป็นไงเขาก็เทจริง…

สุดท้ายแล้วผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเขานะ อาจจะเพราะผิดหวังแบบนี้ซ้ำๆจนปลงละ เขาก็บอกว่าถ้ามีงานใหม่มาจะมาบอกเลยนะน้อง ละจากวันนั้นจนวันนี้ก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เราคุยกัน

แต่ผมก็คิดนะว่าอาจจะโชคดีแล้วเพราะเห็น Red Flag หลายๆอย่างกับทางทีมที่นี่ มาคิดๆดูทีหลังอาจจะเป็นเรื่องดีแล้วที่ไม่ได้เข้าไป 🤔

Final

จนถึงตอนที่ผมเขียนบทความนี้เมื่อกลางปี 2025 ก็ยังไม่ยอมแพ้นะ ก็ยังยื่นสมัครไปอีก 5 ที่ก็ยังเงียบหมด มีบางที่ผมก็เปลี่ยนไปสมัครเป็นตำแหน่งที่ใช้ภาษาที่ผมไม่เคยเขียนเลย (เขียนหน้าบ้าน Web, เขียนเว็บแบบ FullStack) ก็ยื่นไปแต่ก็ยังไม่มีที่ไหนติดต่อมาเช่นเดียวกัน

ระหว่างสามสี่เดือนแรกที่สมัครและสัมภาษณ์วุ่นๆผมก็ทำ Port และสอบใบเซอร์ และอ่านหนังสือไปด้วยตลอดไม่ได้ปล่อยให้ว่างซะทีเดียวก็หวังว่าสักวันโอกาสจะเป็นของเราโชคยังดีที่ยังมีที่บ้านกับแฟนคอยซัพพอร์ตเรื่องเงินไม่งั้นคงต้องไปทำอาชีพอื่นเลี้ยงตัวเองแล้ว

ผ่านมาแล้วเกินครึ่งปีแต่ตำแหน่งงานที่เปิดรับสายของผมแทบไม่มีเพิ่มมาใหม่เลยคิดว่าถ้ายังหาไม่ได้ต่อไปก็คงจำเป็นต้องบอกลาทางอาชีพนี้ชั่วคราวแล้วครับ สำหรับเรื่องนี้ของผมหวังว่าจะเป็นอุทาหรณ์และให้กำลังใจคนที่ยังสู้อยู่ในเส้นทางเดียวกันนะ

ไม่รู้ว่าคนเขียนภาษาอื่นเป็นยังไงหรือสายอื่นเป็นยังไงบ้าง แต่น่าจะหนักไม่แพ้กันเลยมั้งถ้าใครรู้อยากให้ทักทายมาบอกกันหน่อย 😅

ผมโคตรเข้าใจเลยว่ามันยากมันท้อยังไง มันเป็นฟีลลิ่งที่แบบสงสัยตัวเองว่าเราเก่งไม่พอหรอ เราทำอะไรผิดพลาดไปตรงไหน จะต้องเปลี่ยนสายรึเปล่าถ้าเป็นแบบนี้

แต่ว่าถึงยังไงเราก็ต้องอดทน อดทน อดทนสู้ต่อไป บางทีอาจจะสู้ในเส้นทางเดิมไม่ได้แล้วก็ยังต้องสู้กับชีวิตกันต่อ แล้วถ้าโอกาสมาเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับมาสู้ในเส้นทางเดิมอีกครั้ง พายุรอบนี้ทำให้ผมเชื่ออย่างสุดใจเลยว่าโอกาสของคนแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน ชีวิตเรามันมีเรื่องจังหวะและเวลาอยู่ เป็นเรื่องโชคที่เราควบคุมไม่ได้เลย เราทำได้แค่ใส่เต็มที่ให้สุดในทุกๆโอกาสที่เข้ามา ผลลัพธ์ก็ปล่อยให้มันเป็นไป

หลายๆคนที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก็มักบอกว่าโชคดีที่ตัวเองมีงานทำอยู่ ผมก็ดีใจนะคิดว่าเรื่องนี้อาจจะทำให้คนเห็นค่าของงานที่ทำอยู่ ส่วนถ้าคุณเข้ามาอ่านแล้วกำลังอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม จะบอกว่าไม่เป็นไรนะไม่ได้มีแค่คุณคนเดียว ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

มองในแง่ดีก็ถือว่าได้รู้อะไรเยอะขึ้นมากได้เห็นโลกความเป็นจริงว่า ถ้าเป็นปัจจัยภายนอกละก็เรากำหนดอะไรแทบไม่ได้เลย

Fun Fact: สถิติจากที่ยื่นสมัครไปทุกที่ใน 8 เดือน มีที่ส่งอีเมลตอบกลับมาอยู่ที่ 28.6% เท่านั้น (Reject ก็นับน้า) หรือพูดคือถ้าส่งไป 10 ที่จะมีตอบกลับมาประมาณ 3 ที่เท่านั้น..

ที่เหลือคือหายไปกับอากาศเลย สำหรับคนตัวเล็กๆมันเสียความรู้สึกกับหลายบริษัทที่ยื่นไปเหมือนกันนะ ไม่เอาก็ได้แต่ตอบกลับยังรู้สึกดีกว่านะ

สุดท้ายแล้วจริงๆ

กลับมาที่ปัจจุบันผมมีงานทำแล้วนะและไม่ได้มาจากการยื่นไปเองด้วย แต่มาจากการ Refer ของน้องที่รู้จักกันเข้าไปสัมภาษณ์แล้วก็ผ่าน ถ้าน้องหลุงอ่านอยู่พี่ขอบใจอีกรอบนะ 🥹 ถ้านานกว่านี้หรือถ้ามีแบบนี้อีกสักรอบผมคงหาลู่ทางอาชีพอื่นละ

ลองกลับมาอ่านและมองย้อนกลับไปมันหนักจริงๆ และเข้าใจคนที่อยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันเลยแต่ผมกลับคิดอีกมุมนึงแล้ว ตลาดงาน developer ตอนนี้อาจไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ใช่แค่เพราะเศรษฐกิจหรือการชะลอการจ้างแต่เพราะ AI ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องใช้ developer เยอะๆอีกต่อไปแล้ว

เส้นแบ่งระหว่าง Junior, Mid, Senior ทุกวันนี้มันเบลอมากๆ ถ้านับแค่ผลลัพธ์งานผมว่าทุกวันนี้ไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็สามารถจบงานได้เร็วขึ้นมากไม่แพ้กันเลย แต่ก็ทำให้พื้นที่สำหรับคนใหม่ๆน้อยลงเหมือนกัน

ไม่มีใครรู้ว่าตลาดแรงงานยุค AI จะพาเราไปทางไหน ไม่มีใครรู้แน่นอนจนกว่าเวลาจะเฉลยและผมไม่คิดว่านี่จะเป็นพายุลูกแรกและลูกสุดท้ายของตัวเองด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือคนธรรมดาอย่างเราๆยังต้องหาทางรอดกันต่อไป

ติดตามได้ที่ช่องทาง

Leave a Reply

Discover more from Journey of beamtan

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading