เข้าใจตรรกะวิบัติ Logical Fallacies เพื่อคิดอย่างมีเหตุผลและสื่อสารให้รู้เรื่องขึ้น

Logical fallacy background

เคยมั้ยเวลาเราฟังคำพูดบางอย่างมันก็ดูถูกต้องดี แต่พอกลับมาคิดดูกลับเหมือนรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดไปรึเปล่านะ

สิ่งที่เราได้ยินมันไม่สมเหตุผลเลย แต่ฟังแล้วลื่นไหลไม่น่ามีอะไรแถมที่เราได้ยินก็มีเหตุผลครบถ้วน มันคืออะไรกันเนี่ย

มันมีสิ่งที่เราจะเรียนรู้ละตรวจจับไม่ให้เราหลงกลได้มั่งมั้ย?

หาไปหามาเลยได้มาเจอกับรูปแบบ Logical Fallacies อ่านดูละรู้สึกว่าใช่เลยเป็นไปได้ว่าหลายๆครั้งที่เราเคยได้ยินมันคือ “ตรรกะวิบัติ”

ตรรกะวิบัติคืออะไร?

ตรรกะวิบัติ (Logical Fallacy) คือรูปแบบการให้เหตุผลหรือข้อสรุปที่ฟังแล้วดูถูกต้องดูน่าคล้อยตาม แต่ถ้าจริงๆแล้วไม่ถูกต้อง บางอย่างไม่เชื่อมโยงกัน หรือจับต้นชนปลายแปลกๆ

สั้นๆคือคำพูดที่ดูน่าเชื่อถือแต่จริงๆไม่ถูก 😎 ฮั่นแน่อย่ามาเนียน

บางคนก็ใช้เหตุผลวิบัติเพราะไม่ได้ตั้งใจ บางคนก็พูดตามคนอื่นจนชิน หรือมีความลำเอียงส่วนตัวอยู่แล้ว ส่วนใหญ่คือการที่ไม่ได้คิด ถ้าเรียนรู้จะทำให้ระวังมากขึ้นได้

แต่ที่น่ากลัวคือคนที่ใช้เพื่อปั่นหัว และหาผลประโยชน์จากการบิดเบียนเหตุผลให้ตัวเองมีความชอบธรรม เป็นเหตุผลว่าทำไมอย่างน้อยเราจำเป็นที่จะต้องรู้เอาไว้บ้าง

หลายๆครั้งผมคิดว่าการคิดแบบเป็นเหตุผลนี่แหละคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองจาก โฆษณาชวนเชื่อ คำพูดเกินจริง ที่มีอยู่เต็มไปหมดในยุค Internet, Mass Media, Social Media รวมถึงเวลาเราคุยกับคนอื่นเพื่อถกข้อเท็จจริงได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อไหร่ที่เป้าหมายของคู่สนทนาคือการเอาชนะนั่นแหละคือจุดที่เราไม่ควรเล่นด้วยเพราะมีแต่เสียกับเสีย หลายๆคนเลยมองการโต้เถียงเป็นเรื่องที่ทำให้เราแตกคอกัน 55 แต่มันไม่จริงเลย

จริงๆแล้วการโต้เถียงด้วยเหตุผล (ที่ดี) คือสิ่งที่ดีที่สุดเลยในการหาความจริงบางอย่างร่วมกัน

การที่เรารู้จักตรรกะวิบัติประมาณนึงเราจะเริ่มรู้และเลี่ยงสถานการณ์ที่เราโดนดึงเข้าไปถกเพื่อเอาชนะ หรือทำให้เรารู้ตัวเร็วขึ้นละดึงบทสนทนากลับเข้ามาคุยข้อเท็จจริงกันต่อได้

ความเป็นมา

คนแรกที่สังเกตและบันทึกเรื่องนี้จริงๆจังๆเลยคือ Aristotle นักคณิตศาสตร์ นักปรัชญา ชาวกรีซเมื่อประมาณ 2,000 กว่าปีที่แล้ว หนึ่งในงานของแกคือหนังสือชื่อ “Sophistical Refutations” เป็นหนังสือที่รวบรวม “การโต้แย้งที่ดูเหมือนมีเหตุผลแต่จริงๆ บิดเบือน” เป็นต้นแบบของพวก Logical Fallacies จนถึงปัจจุบัน

ต้องเกริ่นว่านักปรัชญากรีซโบราณสาย Socrates, Plato, Aristotle จะมีปรัชญานิยามความดีงามในชีวิต (Virtues) หนึ่งในนั้นคือ “ปัญญา (Wisdom)” ตรรกะก็เป็นปัญญารูปแบบนึง และอีกอย่างนึงก็คือการแสวงหา “ความจริง (Truth)”

Credit: https://libcom.org/article/every-cook-can-govern-study-democracy-ancient-greece-its-meaning-today

จากหนังสือ Sophistical Refutations – Aristotle ไม่พอใจกับนักโต้วาทีในยุคนั้นที่เรียกกันว่าพวก Sophists ที่เป็นพวกที่พูดบิดเบือนข้อเท็จจริงให้สวยๆ พูดความจริงด้านเดียว  เน้นการใช้วาทศิลป์เพื่อเอาชนะการโต้แย้ง มากกว่าจะหาความจริง

ถ้าในยุคนี้ก็คงประมาณ คำพูดมากมายความหมายค่อยว่ากัน 55

สังคมกรุงเอเธนส์ในตอนนั้นให้น้ำหนักกับนักพูดที่พูดดูดีดูน่าเชื่อ ถ้าโต้แย้งกันแล้วพูดจนอีกฝ่ายไม่สามารถโต้เถียงต่อได้ แต่เบื้องหลังพูดถูกหรือผิด มีความจริงรึเปล่าไม่สำคัญ ฟังละดูเคลิ้มๆคนก็พร้อมจะเทใจให้แล้ว (นึกว่าปี 2025)

Aristotle บอกเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ เขาเลยไปวิเคราะห์หารูปแบบการตอบคำถามของคนพวกนี้ จนออกมาเป็นหนังสือเล่มแรก ที่เป็นต้นแบบของการจำแนกว่าการโต้เถียงแบบไหน “ดูเหมือนมีเหตุผลแต่จริงๆ ไม่มี”

แต่วันนี้ไม่ได้เอาเนื้อหาในหนังสือเค้ามานะเนื่องจากยังไม่ได้อ่าน 😂 และมันก็เก่ามากๆเอาของปัจจุบันดีกว่า

โดยผมรวมเป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆ 11 ข้อที่เจอได้บ่อยๆ (Common Fallacies) มาเล่าให้ฟัง มีอะไรบ้างมาดูกัน

  1. โจมตีตัวคน – เน้นที่คน ไม่ใช่ประเด็น
  2. เบี่ยงประเด็น – เปลี่ยนเรื่องกลางทาง ไม่ตอบตรงคำถาม
  3. อ้างอิงลวง – ใช้ชื่อเสียง อำนาจ หรืออารมณ์ แทนเหตุผล
  4. เหตุผลลวง – เชื่อมโยงผิด เหตุผิด ผลผิด
  5. สรุปผิดจากข้อมูลน้อย – ด่วนสรุป คิดแทนโดยไม่มีหลักฐาน
  6. บีบให้เลือกสองทาง – ทั้งที่ความจริงมีมากกว่านั้น

กลุ่มโจมตีตัวคน – เน้นที่คน ไม่ใช่ประเด็น

Ad Hominem (การโจมตีตัวบุคคล)

Ad Hominem – AI-generated illustration, edited by Beamtan

เป็นการโจมตีไปที่ลักษณะนิสัย ความน่าเชื่อถือ หรือสถานะของคนพูดแทนที่จะโต้แย้งกันที่เนื้อหา

  • อย่าไปฟังคนนี้เลย เขาเรียนไม่จบ ป.ตรี ด้วยซ้ำ
  • อย่าไปฟังมันเลย มันจบไม่ตรงสาย จะรู้อะไร

อันนี้น่าจะเจอได้บ่อยมากถึงมากที่สุด 555 เพราะแทนที่จะพูดด้วยเหตุผลล้วนๆมันง่ายที่จะเบนประเด็นไปที่ประเด็นอื่น ลดความเชื่อถือของคนพูด ทำให้คนพูดอับอายอีก เรียกได้ว่ายิงนกทีเดียวตายหลายตัวเลย

ความจริงคือ 💊: ควรถกกันที่ข้อเท็จจริง หรือ ไม่รีบด่วนสรุปจากตัวบุคคล บางคนมีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีแต่สิ่งที่เขาพูดอาจจะถูกก็ได้ คนพูดถ้าได้ยินว่าโดนเปลี่ยนประเด็นควรจะลากกลับเข้ามาที่เนื้อหาอีกครั้ง

กลุ่มเบี่ยงประเด็น – เปลี่ยนเรื่องกลางทาง ไม่ตอบตรงคำถาม

Strawman (หุ่นฟาง)

Strawman – AI-generated illustration, edited by Beamtan

นึกภาพว่าเรากำลังพูดสักเรื่องนึงกันอยู่ อยู่ๆคนก็มีคนพูดประเด็นของเราในเวอร์ชั่นที่ร้ายแรงเกินจริงออกมา ละพูดโจมตีเวอร์ชั่นนั้นของคำพูดเราแทน

เขาเลยเปรียบเทียบว่าเหมือนการสร้างหุ่นฟางขึ้นมาละเบี่ยงประเด็นจุดสนใจไปที่หุ่นฟางแทน

  • A: เราควรมีถนนเลนส์จักรยานมากกว่านี้นะ
  • B: อ่องั้นต่อไปคงต้องขายรถกันให้หมดแล้วไปใช้จักรยานให้หมดเลยใช่มั้ย?

อันนี้ก็เป็นอีกอันนึงที่เราเจอได้บ่อยมากๆ คือการบิดเบือนหรือทำให้ข้อโต้แย้งของอีกฝ่ายดูเกินจริง หรือสร้างข้อโต้แย้งปลอมๆขึ้นมาเพื่อให้ง่ายต่อการโจมตีและเอาชนะ

ความจริงคือ 💊: ควรถกกันที่ประเด็นแรก มากกว่าเปิดประเด็นใหม่ ถ้าเราเป็นคนเจอก็ให้มี Awareness และกลับเข้าเรื่องเดิมแทน

Red Herring (เบี่ยงเบนประเด็น)

Red Herring – AI-generated illustration, edited by Beamtan

ภาษาอังกฤษแปลว่าปลาสีแดง ภาษาไทยผมว่าน่าจะเหมาะกับคำว่า “ชี้วัวตอบหนู” 555 เป็นการไม่แตะประเด็นเดิมเลย แต่เบี่ยงไปเรื่องอื่นแทน

  • A: บริษัทนี้มีปัญหาจริงเรื่องการเอาเปรียบแรงงาน
  • B: อย่างน้อยเขาก็สร้างงานให้คนเยอะกว่าหลายบริษัทนะ

จะเห็นได้ว่าคำตอบได้เบนไปหาประเด็นใหม่เรียบร้อย ฟังเพลินๆเคลิ้มๆได้เลยแต่คิดดีๆยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนิหว่า 555

ความจริงคือ 💊: ควรตอบที่ตัวคำถามมากกว่าพูดตอบเป็นอีกประเด็นไปเลย ผู้ถามควรเอะใจว่าเขายังไม่ได้ตอบคำถามเราเลยนิ

กลุ่มอ้างอิงลวง – ใช้ชื่อเสียง อำนาจ หรืออารมณ์ แทนเหตุผล

Appeal to Autority (อ้างอำนาจที่เหนือกว่า)

Appeal to authority – AI-generated illustration, edited by Beamtan

หลายๆครั้งเราจะเห็นคนให้เหตุผลว่าสิ่งๆนึงถูกต้องเพราะ เป็นผู้เชี่ยวชาญ, เป็นคนดังระดับโลก, เป็นบริษัทใหญ่, เป็นความเชื่อ, อาชีพ, อำนาจ หรือชื่อเสียง

  • ดาราใช้ผลิตสบู่ยี่ห้อนี้ แปลว่ามันต้องดีกว่าตัวอื่น
  • หมอท่านนึงออกมาโพสว่าห้ามกินข้าวหลังหกโมง เราต้องเชื่อเขาเพราะเขาเป็นหมอ
  • ​Code ควรเขียนแบบนี้เท่านั้น เพราะเจ้าของภาษาเขียน Document มาแบบนี้
  • วิธีทำงานแบบนี้ดีที่สุด เพราะบริษัทใหญ่ๆเขาทำแบบนี้กัน
  • คนนี้น่าลงทุนด้วย เพราะเขามีเงินเยอะไม่น่าหลอกเราหรอก

อันนี้น่าสนใจและอันตรายมากถ้าเราไม่เข้าใจ เราจะเชื่อโดยไม่มีเหตุผลไปเลยและถูกล่อลวงได้ง่ายมากๆ

ความจริงคือ 💊: ฟังผิวเผินเหมือนเป็นเหตุผลที่ดีนะเพราะผู้เชี่ยวชาญหรือคนมีชื่อเสียงน่าจะมีความรู้และเชื่อได้ แต่ความจริงคือทุกคนผิดพลาดกันได้

บางอย่างเป็นเรื่องผลประโยชน์ บางอย่างที่ถูกต้องก็ไม่ได้ดีที่สุดในทุกบริบท เช่นวิธีการทำงานในบริษัทใหญ่ที่ดีที่สุด ก็อาจจะไม่ดีเมื่อเอามาใช้ในบริษัท Startup หรือคนมีชื่อเสียงก็สามารถรีวิวแนะนำสินค้าเพราะได้รับค่าจ้าง มากกว่าที่จะซื้อเพราะคุณภาพตัวสินค้าเอง

เราจึงควรคุยกันที่ข้อเท็จจริงด้วยตัวมันเองมากกว่าชี้ให้เหตุผลไปที่บุคคลหรือบางอย่างที่มีอำนาจมากกว่าตัวเอง

Bandwagon (อ้างคนหมู่มาก)

Bandwagon – AI-generated illustration, edited by Beamtan

เป็นการบอกว่าอะไรถูกต้อง อะไรควรทำ จากแค่คนส่วนใหญ่ทำกัน อันนี้เหมาะกับยุคนี้ที่คน Fomo (Fear of missing out)

  • ทุกคนในห้องนี้คิดว่ามันถูก มันจึงถูกแน่นอน
  • ม้ายูนิคอร์นมีอยู่จริง เพราะทุกคนเชื่อแบบนั้น
  • แหวนมงคลปกป้องเราได้ เพราะใครๆก็สวมกัน
  • ต้องทำงานวิธีนี้เท่านั้น เพราะทุกคนก็ทำกันหมด

อันนี้สังเกตง่ายยมากก 555 ละคิดว่าตลกๆดีด้วยเพราะเป็นการให้เหตุผลแบบกำปั้นทุบดินอ้างคนหมู่มากไปเลย 😂 ถึงจะฟังละรู้ว่าตลกแต่ก็เป็นตลกร้ายที่เราเจอได้บ่อยๆเหมือนกัน

ความจริงคือ 💊: คนจำนวนมากทำ, เชื่อ, รู้สึก ไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้องเสมอ

Appeal to Emotion (อ้างจากอารมณ์)

Appeal to Emotion – AI-generated illustration, edited by Beamtan

เป็นการดึงอารมณ์มาใช้แทนเหตุผลตรงๆเลย

  • ถ้าคุณไม่บริจาค แปลว่าคุณใจร้ายกับเด็กกำพร้า!
  • ถ้าไม่โหวตให้ผม เด็กๆอีกหลายคนจะไม่มีอนาคต!

เป็นการพูดที่ฟังแล้วดูหึกเหิม เราจะอินคล้อยตามได้ง่ายๆเพราะมันใช้อารมณ์นำเลย แต่พอลองคิดดูจะเห็นว่ามันไม่เกี่ยวกันนิหว่า

ความจริงคือ 💊: ไม่ควรใช้อารมณ์สงสารหรือกลัวว่าจะดูเป็นคนใจร้าย ทั้งๆที่ความจริงมันเป็นไปได้หลายอย่างมาก เช่น เขาอาจจะไม่บริจาคเพราะไม่มีจริงๆก็ได้

กลุ่มสรุปผิดจากข้อมูลน้อย – ด่วนสรุป คิดแทนโดยไม่มีหลักฐาน

Hasty Generation (การด่วนสรุป)

Hasty Generation – AI-generated illustration, edited by Beamtan

ภาษาไทยคงเรียกว่าทึกทักไปเอง รีบสรุปจากสิ่งที่เห็นเพียงเล็กน้อย

  • เคยเจอคนนึงจากมหาลัยนี้เรียนเก่งมาก ดังนั้นทุกคนในมหาลัยนี้ต้องเก่งแน่นอน
  • เคยเจอคนประเทศนึงหยาบคายใส่ แปลว่าคนประเทศนั้นต้องนิสัยไม่ดีแน่ๆ
  • เพื่อนผมเทรดคริปโตแล้วเจ๊ง แปลว่าคริปโตทำให้ทุกคนเจ๊งแน่ๆ

ความจริงคือ 💊: ไม่ควรตัดสินอะไรจากข้อมูลที่น้อยมาก เพราะมันคือ Bias

กลุ่มเหตุผลลวง – เชื่อมโยงผิด เหตุผิด ผลผิด

Post Hoc Ergo Propter Hoc (เหตุการณ์ A มาก่อน B เลยตีความว่า A ทำให้ B เกิด)

Post Hoc Ergo Propter HocAI-generated illustration, edited by Beamtan

เป็นการสรุปว่าเหตุการณ์ A เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ B เพราะว่าเหตุการณ์ A เกิดขึ้นก่อน เรียกง่ายๆว่าเป็นการจับต้นชนปลายดื้อๆไปเลย

  • ผมใส่เสื้อสีแดงไปสอบ แล้วสอบได้ดี ดังนั้นเสื้อสีแดงทำให้ผมสอบได้ดี
  • ฝนตกหลังจากผมสวดมนต์ แสดงว่าสวดมนต์ได้ผล
  • ได้ยินกบร้องก่อนแผ่นดินไหว แปลว่ากบทำให้เกิดแผ่นดินไหว

ข้อนี้ส่วนตัวเจอค่อนข้างบ่อยมาก ส่วนมากเป็นเรื่องความเชื่อ ก็ไม่ผิดที่จะเชื่อแบบนั้น แต่ถ้าตัดสินเลยว่าเป็น Fact ที่เป็นจริงเสมอกับทุกอย่างทุกเวลานี่ไม่ควร

ความจริงคือ 💊: ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งนึงเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์นึง ถ้าไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้แล้ว ก็จะเป็นแค่ข้อสันนิฐานเสมอ ยังไม่ควรสรุปไปในทางไหนทั้งนั้น

Slippery Slope (ถ้า A เกิด ⇒ จะลามไปถึง Z โดยไม่มีเหตุผล)

Slippery SlopeAI-generated illustration, edited by Beamtan

เป็นการอ้างว่าเหตุการณ์นึงที่เกิดขึ้น จะนำไปสู่ชุดเหตุการณ์ต่อเนื่องที่เลวร้ายโดยไม่มีหลักฐานเพียงพอ

  • ถ้าให้เด็กเล่นเกม เขาจะติดเกม และจะเลิกเรียน สุดท้ายจะเรียนไม่จบ
  • ดู Netflix ทำให้ชีวิตพัง

จะเห็นได้ว่ามันไหลไปเรื่อยๆเหมือนสไลเดอร์เลย ภาษาอังกฤษเลยเรียกว่า ลื่นถไลลงไปเรื่อยๆ (Slipery Slope) เพราะเป็นการเชื่อมโยงที่เราต้องอุทานว่า อิหยังวะ

ข้อนี้น่าจะเป็นกับดักของทุกคนที่เริ่มมีประสบการณ์ เราจะคิดว่าพอสิ่งนี้เกิดขึ้นมันจะกลายเป็นเหมือนสิ่งที่เราเคยเจอหรือได้ยินมา แต่ความจริงคือยุคสมัยที่เปลี่ยนไปผลลัพท์มันอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ หรือกับดักของโลก Digital ที่สื่อดึงความสนใจด้วยประโยคที่ดูน่ากลัวอย่าง “ดู Netflix ทำให้ชีวิตพัง” อะไรทำนองนี้คุ้นๆมะ 55

ความจริงคือ 💊: แค่มีบางอย่างที่เราอาจจะมีอคติ ไม่ได้หมายความว่ามันจะนำไปสู่เส้นทางและจุดจบที่เลวร้ายเสมอไป

Circular Reasoning (สมมุติฐานตอบตัวเอง / เหตุผลวน)

Circular Reasoning – AI-generated illustration, edited by Beamtan

คือการใช้ข้อสรุปที่ตัวเองมีอยู่แล้ว มาเป็นเหตุผลของสิ่งที่เราพูดอยู่

  • ศาสนานี้ดีที่สุดในโลก เพราะ ศาสนานี้เป็นศาสนาที่ดี
  • พระเจ้ามีอยู่จริง เพราะคัมภีร์พูดไว้
  • กฏหมายคือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะมันคือกฎหมาย

ข้อนี้ฟังแล้วจะงงๆหน่อยเพราะเหตุผลกับคำตอบมันวนกันเอง ต้องตั้งใจฟังเราจะแยกออกได้

ความจริงคือ 💊: ความเชื่อไม่ผิด แต่เหตุผลที่ใช้อธิบายควรอยู่บนพื้นฐานที่ต่างจากสิ่งที่เราพยายามพิสูจน์ ไม่ใช่เอาข้อสรุปมายืนยันตัวมันเอง

กลุ่มบีบให้เลือกสองทาง – ทั้งที่ความจริงมีมากกว่านั้น

False Dilemma (การจำกัดทางเลือกขาวดำ)

False DilemmaAI-generated illustration, edited by Beamtan

คือการนำเสนอทางเลือกแค่สองทาง (ไม่ทำ X แปลว่าต้องเลือก Y) ทั้งๆที่จริงๆแล้วชีวิตมีทางเลือกมากกว่านั้น

  • ใช้ AI ช่วยงานคือการทำให้เราโง่ลง
  • ชีวิตเราเลือกได้แค่สองอย่างเท่านั้นระหว่างเงินทองชื่อเสียง หรือ ความสงบสุข

ความจริงคือ 💊: โลกเราจริงๆแล้วมันเป็นสีเทาๆมากกว่าเป็นขาวหรือดำ การที่เราต้องเลือกหรือด่วนสรุปจากแค่สองทางมันไม่จริงเสมอไป เช่นบางคนใช้ AI เพื่อเรียนรู้ก็ทำให้เก่งขึ้นได้ หรือใช้ AI ทำงานที่ไม่ต้องใช้ความคิดก็ไม่ได้ทำให้เขาโง่ลงเป็นต้น


เป็นยังไงบ้างครับสนุกมั้ย จริงๆแล้ว Fallacies มีเยอะกว่านี้มาก มีคนไปจำแนกไว้เป็นร้อยๆแบบเลย ถ้าอยากรู้ลองไปดูกันได้ List of Fallacies

ไม่แปลกเลยที่เราจะเจอได้บ่อยๆไม่ว่าจะคนใกล้ตัว คนที่มีชื่อเสียง หรือคนที่ดูน่าเชื่อถือ อยู่เรื่อยๆแม้กระทั่งจากตัวเองด้วยซ้ำ เพราะมนุษย์เราไม่เพอร์เฟคครับ เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ทั้งอารมณ์และเหตุผล

เลยอยากชวนให้เราเรียนรู้ fallacy ไว้เพื่อ ป้องกันตัวเองจากการเข้าใจผิด มากกว่าจะเอาไปใช้จับผิดคนอื่น

Tip ส่วนตัว: วิธีทำให้คำพูดเราไม่ใช่ Fallacy บางทีเราเชื่ออะไรบางอย่างแหละแต่มันไม่มีเหตุผลรองรับ วิธีคือบอกว่าสิ่งที่เราพูดเป็นความคิดเห็นของเรา ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

(ที่ยากหน่อย อาจจะเป็นการแยกแยะความจริงกับสิ่งที่เราเชื่อให้ได้ ✔️) แค่นี้ก็ไม่เข้าข่ายตรรกะวิบัติและคนฟังก็ไม่เข้าใจผิดด้วย 😆

ผมเขียนเรื่องแบบนี้เรื่อยๆ ถ้าเพื่อนๆชอบบทความที่อ่านช้าๆและมีสาระแบบนี้ ฝากกดติดตาม 🍌

Leave a Reply

Discover more from Beamtan's Blog

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading